| Start: | Sep 13, '08 |
| End: | Sep 20, '08 |
: เนปาล 8 วัน 7 คืน
เนปาลอ้อมกอดหิมาลัย ชมแสงแรกแห่งเทือกเขาหิมาลัย ทัวร์วัฒนธรรม และธรรมชาติอันงดงาม
ไปกับพี่แอ๋ม www.pai-pa.com แล้วก็เหล่าเทพ 555
วันที่หนึ่ง กรุงเทพฯ สนามบิน สุวรรณภูมิ – กาฎมาณฑุ สนามบินตรีภูวัน (พักที่กาฎมาณฑุ)
08.30 น. เจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เช็คอินที่เคาท์เตอร์สายการบินไทย
10.35 น. เหินฟ้าสู่เมืองกาฎมาณฑุ
12.45 น. (เวลาท้องถิ่น)เดินทางถึงสนามบินตรีภูวัน กาฎมานฑุ ทำพิธีตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นให้โรงแรมที่พักนำรถมารับที่สนามบิน พักที่น่านทาเมล ย่านที่พักยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยว (ควรแลกเงิน USD ไปให้พร้อม ถึงสนามบินก็แลก เงินรูปีให้พอกับค่าแท็กซี่ แล้วค่อยไปแลกเงินรูปีในเมืองอีกที ได้ rate ดีกว่าแลกที่สนามบิน) เราจะพักเกสต์เฮาส์ ในย่านทาเมล ราคาควรอยู่ระหว่าง 6-12 เหรียญ ประหยัดงบ ค่ะ
โรงแรมแนะนำ
http://www.hoteltashidhargey.com/ 14.00 น.Check in เข้าที่พักย่านทาเมล เก็บสัมภาระ
14.30 น.เดินทางสู่ 1 “เจดีย์สวยมภูนาถ”หรือวัดลิง (Syambunath -The Monkey Temple) เจดีย์ทางพุทธศาสนาอันเลื่องชื่ออายุกว่า 2,500 ปี ถือเป็นศาสนสถานที่ทางพุทธที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่องค์เจดีย์จะมีรูปคิ้วและดวงตาอยู่โดยรอบ องค์สถูปครึ่งทรงกลมสีขาวเป็นสัญลักษณ์แทนธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ปล้องไฉนสีทองอร่าม 13 ชั้นเหนือองค์สถูป เป็นสัญลักษณ์แทนระดับธรรม 13 ชั้นก่อนบรรลุพระนิพพาน รอบ ๆ สถูป ชมการผสมผสานความเชื่อของพุทธและฮินดูที่กลมกลืนกันอย่างงดงาม จากการที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงกว่า 500 เมตร เหนือเมืองกาฎมาณฑุ เราสามารถมองเห็นวิวอันสวยงามของเมืองกาฎมาณฑุทั้งเมืองได้
(เราจะไปถ่ายรูปแสงเย็นกันที่นี่ เดินไปจากย่านทาเมล มีขึ้นบันไดด้วยประมาณ 300 ขั้น)
19.00 น.รับประทานอาหารเย็น จากนั้นกลับมาพักผ่อนตามอัธยาศัย เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันรุ่งขึ้น
วันที่สอง กาฎมาณฑุ – โพคารา – เฟวา – ล่อเรือทะเลสาปเฟวา – วัดทอง (พักที่โพคารา)
07.00 น. เดินทางไปโพคารา โดยนั่งรถบัสไปยังโพคาราระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตรจากกาฎมาณฑุ ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง รับประทานทานอาหารเช้าระหว่างทาง ชื่นชมกับทัศนียภาพอันแสนจะงดงามสองข้างทาง เมืองนี้เป็นเมืองในหุบเขามีขุนเขาน้อยใหญ่ล้อมรอบอยู่เพียงแหงนหน้าขึ้นมองก็เห็นวิวภูเขา Annapurna I-IV , Fish tail พักโรงแรม ย่านเลคไซค์ (Lake Side)
โรงแรมแนะนำ Bed Rock ย่าน เลคไซด์ หรือ
New Pokhara Lodge
http://www.pokharalodge.com/index.htm หรือ
Hotel Shikhar
16.00 น. นั่งเรือพายชม “ทะเลสาบเฟวา” (Phewa Lake) ยามเย็น ไปยังเกาะกลางทะเลสาบชม วัดทอง (Golden Temple of Barahi) ซึ่งสร้างถวายพระวิษณุในปางที่พระองค์อวตารเป็นหมูป่าเพื่อมาช่วยเหลือชาวโลก ชาวฮินดูมักจะนำนกพิราบมานมัสการ จึงทำให้มีคอนโดฯ ของนกพิราบอยู่จำนวนมาก ในวันที่ฟ้าเปิด จะสามารถเห็นแนวเทือกเขาหิมาลัย โดยเฉพาะยอดเขาสำคัญ “มัจฉาปูชเรย์” (Fish Tail Peak) ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าท่าน โดยท่านสามารถเห็นภาพสะท้อนเงา ของยอดเขานี้บนพื้นน้ำในทะเลสาบ กลายเป็นภาพที่โด่งดังของเมืองแสนโรแมนติกแห่ง
19.00 น.รับประทานอาหารเย็น เดินเล่นในเมือง และกลับมาพักผ่อนตามอัธยาศัย
หมายเหตุ * ถ้าหากรถโดยสารเดินทางมาถึง โพคาราประมาณ 16.00 น. โปรแกรมล่องเรือทะเลสาปเฟวา ก็ดำเนินไปตามโปรแกรม ถ้าหากรถเสียเวลาหรือมาไม่ทันเวลา 16.00 น. โปรแกรมล่องเรือก็จะยกไปในวันที่สี่ของการเดินทาง
** ให้เตรียมเป้ใบเล็กสำหรับใส่ของใช้จำเป็นไว้คืนวันรุ่งขึ้นด้วยเราจะเทรคกิ้งระยะสั้นและไปค้างกันที่สรังก็อต
วันที่สาม แม่น้ำ Seti - วัด Bindhya Basini – หมู่บ้านสรังก็อต (Sarangkot) – (มีเทรคกิ้งระยะสั้น พักที่สรังก็อต)
07.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้ารับประทานอาหารเช้าแบบง่ายๆ
08.00 น. ออกเดินทางไปด้วยรถแท็กซี่ ไปเที่ยว แม่น้ำ Seti แม่น้ำชื่อดังที่ได้ฉายาว่า “น้ำนม” การเข้าไปดูวิวแม่น้ำ Seti ถ้าจะให้เห็นชัดเจนต้องไปชมที่จุดชมวิวในสวน ที่อยู่ข้างๆ สะพาน KI Signh Bridge หลังจากนั้นให้เวลาเดินชมวัดทิเบต ซึ่งอยู่ใกล้ๆสวนแห่งนี้
10.00 น. แวะสักการะวัดฮินดู Bindhya Basini เป็นที่เคารพของชาวเนปาลีในเมืองโพครา มีพิธีทำบุญเฉพาะวันอังคารและวันเสาร์ ถ้าเป็นวันพิธีสำคัญใหญ่ๆ จะมีการบูชายันด้วยสัตว์เล็กและใหญ่ตลอดทั้งวัน มาที่วัดแห่งนี้แล้วอย่าลืมชมวิวทิวทัศน์ของภูเขา เพราะสวยงามมากเช่นกัน
11.30 น. เดินขึ้นเขาสรังก็อต ถ้าต้องการความสะดวกสบายในการเดินเทรคกิ้งระยะสั้นประมาณ 8 กม. ใช้เวลาในการเดินประมาณ 4 ชั่วโมง แนะนำให้ติดต่อลูกหาบ ( porter ) สำหรับช่วยแบกสัมภาระ การเดินจะเดินลัดเลาะไปตามไหล่เขา เราจะได้พบกับวิวทิวทัศน์ที่เป็นภูเขาอันสวยงาม เที่ยงนี้รับประทานอาหารแบบปิกนิคระหว่างทาง
15.00 น. เช็คอินเข้าที่พักที่ โรงแรม Annapura & Sherpa Resort ซึงอยู่ใกล้จุดชมวิวมากที่สุด หรือ หาเกสเฮาส์ ใกล้ๆ จุดชมวิว จากนั้นไปเดินเที่ยวและชมวิวเทือกเขาอันนะปุรณะ(Annapurna) เห็นวิวภูเขาตั้งแต่ยอดของภูเขา Annapura I – IV และ Annapura South ส่วนอีกยอดที่โดดเด่นคือ ยอดเขาหางปลา (Fish Tail) หรือ Machhapuchhare มีหิมะปกคลุมทั้งปี มีเวลามากพอที่จะเลือกมุมถ่ายภาพ และอิ่มเอมกับการบันทึกภาพพระอาทิตย์ตกดินจนหนำใจ จึงกลับมาอาบน้ำ ขอแนะนำให้อาบน้ำก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เพราะอากาศหลังพระอาทิตย์ตกดินจะหนาวมาก
19.00 น. รับประทานอาหารเย็นในหมู่บ้าน หรือ โรงแรมก็ได้ จากนั้นยามค่ำคืนค่อยออกมาดูดาวสว่างไสวระยิบระยับตา และพักผ่อนตามอัธยาศัยเตรียมตัวเข้านอนสำหรับตื่นแต่เช้าในวันพรุ่งนี้
วันที่สี่ หมู่บ้าน Naudanda – น้ำตก Devi’s – ถ้ำ Gupteshwor Mahadev- หมู่บ้านทิเบต (พักที่โพคารา)
05.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้าเตรียมตัวออกเดินไปชมแสงแรกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า
05.30 น. ถึงจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางวิวขุนเขาและทะเลสาบเฟวา
08.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม และ เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมจากนั้นเดินทางต่อไปยังหมู่บ้าน Naudanda ระหว่างทางท่านจะได้ชมกับวิวทะเลสาบเฟวาและวิวนาขั้นบันไดเป็นระยะๆ เมื่อเดินทางมาถึงถนนใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน Naudanda เราจะนั่งรถไปต่อยังโพคาราย่านเลคไซด์เช่นเดิมเพื่อเช็คอินเข้าโรงแรมที่พัก
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน - เช่าจักรยานเที่ยวรอบบ่าย
13.00 น.ออกเดินทางต่อไปยังชม “น้ำตกเดวี่” (Davi’s Fall) ตั้งชื่อตามคนที่ตกลงไปตายเป็นชาวสวิสเนื่องจากโดนกระแสน้ำพัด เป็นน้ำตกที่มหัศจรรย์ไหลลงเหวลึก เป็นหุบเหวธรรมชาติ ซึ่งชาวเนปาลเชื่อว่าเป็นประตูสู่เมืองใต้บาดาลเหวลึกสู่บาดาล ต้องก้มมอง ชมเสร็จท่านสามารถไปเลือกซื้อของที่ระลึกและหลังจากนั้นอย่าลืมไปแวะโยนเหรียญลงบ่อน้ำศักดิ์เพื่อขอพรกับเทพ Manakamana Bhagawati
14.30 น. ชมถ้ำ ถ้ำ Gupteshwor Mahadev ซึ่งเป็นถ้ำศักดิ์สิทธิและเป็นที่เคารพของชาวฮินดู
15.30 น. เดินทางไปเที่ยวชมหมู่บ้านทิเบต ทั้งวัดและบ้านเรือนแบบทิเบต และท่านสามารถเลือกซื้อผ้าทอมือจากหมู่บ้านทิเบตแห่งนี้ได้เช่นกัน
16.30 น. ปั่นจักรยานชมเมืองและช็อปปิ้งซึ่งที่โพคาราเป็นแหล่งขายอุปกรณ์แคมปิ้งและแบกเป้ที่มีชื่อเสียง ในเรื่องความหลากหลายและราคาถูกมาก มีของเลียนแบบยี่ห้อดัง ๆ และของมือสองที่มีนักเดินเขาฝากขายไว้ คุณภาพถือว่าใช้ได้
18.30 น. รับประทานอาหารเย็น พร้อมชมการแสดงระบำเนปาลีอันสนุกสนานและเร้าใจ จากนั้นพักผ่อนเตรียมตัวเดินทางกลับกาฎมาณฑุในวันพรุ่งนี้เช้า
วันที่ห้า โพคารา (บินภายใน) ) - กาฎมาณฑุ - จัตุรัสดะระบาร์ของกาฎมาณฑุ (Kathmandu Durbur Square) - ปาตัน – (พักที่กาฎมาณฑุ)
07.00 น อรุณสวัสดิ์ยามเช้ารับประทานอาหารเช้าเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม
08.00 น. เดินทางไปยังสนามบินโพคารา
09.20 น. นั่งเครื่องบินภายในประเทศไปยังกาฎมาณฑุ ขากลับเราจะได้พบวิวเทือกเขาหิมาลัยในมุมสูง ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 25 นาที ทันที่ที่มาถึงกาฎมาณฑุเราก็กลับไปหาโรงแรมที่พักในย่านทาเมลเช่นเดิม
10.00 น. ชม “จัตุรัสดะระบาร์กาฎมาณฑุ” (Kathmandu Durbur Square – Old Royal Palace) กุมารีบะฮาล เป็นวัดก่ออิฐถือปูนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง จากกลางศตวรรษที่ 18 มีวัดและอนุเสาวรีย์กว่า 50 แห่งในศาสนาฮินดู หน้าต่างวัดเป็นไม้แกะสลักฝีมือละเอียดมีรูปสิงห์ขนาบสองข้างประตู วัดนารายัณ วังประตูหนุมานโธก้า (Hanuman Dhoka Durbar) ด้านข้างประตูเป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพหนุมาน สร้างขึ้นในปี 1672 ตัวเทพได้รับการเจิมชาดเสียจนเป็นสีแดงเข้มใต้ร่มฉัตร ประตูเข้าตัววังได้รับการทาสีสดใสทางซ้ายของบริเวณทางเข้าคือ เทวะรูปนรสิงห์ อวตารปางหนึ่งของพระวิษณุเป็นกึ่งสิงห์กึ่งมนุษย์เพื่อฆ่ายักษ์หิรัญกศิปู ชมบริเวณพระราชวังโบราณของนครกาฐมัณฑุและบริเวณชุมชน ซึ่งเป็นย่านใจกลางของเมือง เที่ยวชมศิลปะสถาปัตยกรรมอันวิจิตรพิสดาร ในบริเวณพระราชวัง ชมเทวะสถานของกุมารี หรือเทพธิดาที่มีชีวิตอยู่คู่บ้านคู่เมือง โดยได้คัดเลือกมาจากบุตรสาวแห่งพุทธตระกูล “ศากยะวงศ์” ที่สืบทอดมานานกว่า 2,000 ปีโดยไม่ขาดสาย
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. ไปชมจัตุรัสดะระบาร์ของปาตัน((Patan Durbar Square)หรืออีกชื่อว่า ละลิตปูร์(Lalitpur) เป็นเมืองอันงดงามแห่งนี้อยู่ทางตอนใต้ของกาฐมาณฑุ มีชื่อเสียงด้านทองเหลือง วัดฮินดู และเทวรูปทางพุทธศาสนา ชม วัดคราบาฮ์หรือวัดทอง (Golden Temple) เป็นอารามที่พักทางจิตวิญญาณและทางศาสนาอันเก่าแก่ สร้างอุทิศแด่พระราชินีพระองค์หนึ่งในศตวรรษที่ 12 ตัวอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ หลังคาสามตอนทางด้านหน้าตกแต่งอย่างบรรเจิดด้วยทองแดง มีสิงห์คู่อยู่ที่ประตูทางเข้าภายในเป็นที่ประดิษฐานของเทวรูปต่างๆ วัดเงิน (Silver Temple) และมหาพุทธเจดีย์สถาน (Maha Bhudda Temple)” จำลองมาจากเมืองคยาซึ่งมีพระพุทธรูปปั้นประทับรอบพระเจดีย์กว่าหนึ่งหมื่นองค์และมีอายุร่วมพันปี
15.30 น. ออกเดินทางจากกาฎมาณฑุไปยังนาการ์ก็อต (Nagargot) ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาขอบกระทะของหุบเขากาฎมาณฑุ (35 กม.จากกาฎมาณฑุ) ประมาณ 1 ชั่วโมง จะพบกับเทือกเขาหิมาลัยฝั่งตะวันออกประกอบด้วยยอดเขา Ganesh, Langtang ฯลฯ เป็นแนวยาวนับร้อยกิโลเมตร ในระหว่างทางขึ้นเขาเราจะพบกับวิวของ เมืองบักตาร์ปูร์ และกาฎมาณฑุในมุมสูงที่สวยงามมาก เช็คอินในโรงแรมแบบชาวเนปาลี และออกมาเดินเล่นตอนเย็นกัน พร้อมชมพระอาทิตย์ตก พักโรงแรม View point บนเขานาการ์ก็อต 1 คืนด้วยความสูง 2,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก มองเห็นเมืองกาฎมาณฑุถูกล้อมรอบรอบไปภูเขา
17.00 น. ถึงนาการ์ก็อต เช็คอินเข้าเกสเฮาส์แบบชาวเนปาลี จากนั้นเดินไปชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน พักโรงแรม View point บนเขานากาก็อต 1 คืนด้วยความสูง 2,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก มองเห็นเมืองกาฎมาณฑุถูกล้อมรอบรอบไปภูเขา
วันที่หก นาการ์ก๊อต – Changunarayan - บักตะปูร์ (พักที่บักตะปูร์)
05.30 น. ตื่นแต่เช้าเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัย ถ้าโชคดีได้เจอฟ้าเปิดๆ เราจะได้พบภาพตื่นตาตื่นใจของยอดเขาเอเวอร์เรสท์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก หรือ เรียกได้ว่า “มงกุฎของโลก”
08.00 น. รับประทานอาหารเช้าและเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม
08.30 น. เดินทางลงเขาจากนาการ์ก็อตสู่วัด Changunarayan วัดแห่งเทพวิษณุ ตัววัดตั้งอยู่ในลานกว้างมีรูปสลักหินจากสมัยลิจฉวี (ศตวรรษที่ 4-9) จำนวนมากจัดได้ว่าเป็นยุคทองของศิลปะเนปาลี งานชิ้นเอกแทนองค์เทพวิษณุ คือ เทวรูปพระวิษณุในอวตารนรสิงห์ ซึ่งมีเศียรเป็นสิงห์ในท่าพิชิตกษัตริย์แห่งหมู่มาร เทวรูปพระวิษณุสิบเศียรสิบกร และพระวิษณุวิกรานทะ ซึ่งมีร่างเป็นคนแคระหกกร ด้านหน้าวัดเป็นที่ตั้งของหลักศิลาจารึกที่เก่าแก่ที่สุด ข้างศิลาเป็นที่ประดิษฐานรูปครุฑพาหนะของเทพวิษณุ ส่วนอนุสาวรีย์พระเจ้าภูปฎินทรา มัลละและพระมเหสีมีกรงทองอยู่ล้อมรอบ เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเนปาลและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันก่อนออกเดินทางไปบักตะปูร์
13.00 น. เดินทางไปยัง “เมืองบัคตาปูร์” (Bhaktapur) check in และทำภารกิจส่วนตัว จากนั้นเริ่มเที่ยวชมที่ต่าง ๆ เมืองนี้เป็นอดีตราชธานีของหุบเขาเป็นเมืองที่มีความเจริญเป็นอย่างยิ่ง บนเส้นทางการค้าสู่ทิเบตในสมัยโบราณ เป็นเมืองที่มีความสำคัญไม่แพ้กาฎมาณฑุ รายล้อมไปด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมไม้แกะสลักที่เลื่องชื่อ ชมพระราชวังโบราณบักตะปูร์ ประตูทองคำ และหน้าต่าง 55 บาน ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ตำหนักเทพตะเลจู (Taleju God House) วัดเนียตะโปลาเป็นศาสนสถานที่สูงที่สุดของเนปาลมีหลังคา 5 ชั้น สระนาคบาศก์ และวัดพระแม่อุมาเทวี เมืองนี้ได้เคยถูกจำลองเป็นฉากในภาพยนตร์เรื่อง “Little Buddha” และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO ให้เป็น “เมืองมรดกโลก (World Heritage City)” ในปี ค.ศ.1979 ชม Potter’s Square หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา
18.30 น. รับประทานอาหารเย็น จากนั้นชมบรรยากาศพระราชวังยามค่ำคืน พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่เจ็ด กาฎมาณฑุ - สถูปโพทนาถ – ปศุปตินาถ (พักที่กาฎมาณฑุ)
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า
07.00 น. เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมเดินทางทางต่อ
08.00 น. เดินทางถึงวัดฮินดู “ปศุปตินาถ” (PashupatinathTemple- The Great Hindu Temple of the World) หรือวัดหลังคาทองคำ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญที่สุดของชาวเนปาล พระศิวะได้รับการบูชาสักการะผ่านรูปของศิวลึงค์ในอวตารปางเทพปศุปติ ชมโพธินารถ เมืองเก่าซึ่งเป็นที่ตั้งของสถูปตามศิลปะทิเบต จุดเด่นของที่นี่จะมีพิธีเผาศพตามลัทธิฮินดูเกิดขึ้นทุกวันริมแม่น้ำบักมาตี (Bagmati) ซึ่งถือเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวชมพูทวีป เถ้ากระดูกจากพิธีเผาถูกโปรยลงสู่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำคงคา พิธีนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ดูวิถีชีวิตของซาดู (โยคีนักพรต นักบวช)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. จากนั้นไปสักการะ “มหาเจดีย์โพทนาถ” (Bhaudhanath – The Little Tibet) สถูปที่ใหญ่ที่สุดของเนปาล มีอาคารบ้านเรือนสีสดใสตั้งอยู่บนวงรอบ องค์สถูปทรงกลมสีขาวใหญ่มีภาพดวงตาเห็นธรรมสีแดง เหลืองและน้ำเงิน และเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในเนปาลและเป็นศูนย์กลางศาสนาแบบทิเบตที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เยี่ยมชมวัดทิเบตที่งดงาม ช้อปปิ้งร้านค้าของที่ระลึกของชาวเนปาลี ชาวพุทธทิเบตอพยพซึ่งอยู่รอบ ๆ สถูปโพทนาถ
18.30 น. รับประทานอาหารเย็น
19.30 น. เปิดโอกาสให้ท่านได้เดินช็อปปิ้งก่อนกลับกรุงเทพฯในค่ำคืนสุดท้ายที่เนปาลได้ตามอัธยาศัย
วันที่แปด กาฎมาณฑุ - กรุงเทพฯ
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า เปิดโอกาสให้ท่านได้แก้มือ ที่ “จัตุรัสดะระบาร์กาฎมาณฑุ” (Kathmandu Durbur Square – Old Royal Palace) ซึ่งใกล้ทั่กย่านทาเมลมากอยู่ หรือ เดินเล่นย่านทาเมล ช็อปปิ้ง หรือ แล้วแต่ตามอัธยาศัยสบายๆ สำหรับเช้านี้ และ ให้กลับมาเก็บของและ Check out ออกจากโรงแรมประมาณ 11 โมงเช้าตรง
11.00 น. เดินทางสู่สนามบินตรีภูวัน เช็คอิน
13.50 น. เหินฟ้าสู่กรุงเทพฯ
18.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 30,000 บาท +,- 5,000
ทริปนี้เน้นกินง่าย นอนง่าย สไตล์แบคแพค นอนเกสเอาส์ราคาประหยัด สะอาดหน่อย
http://www.pai-pa.com/forum/viewtopic.php?t=1880